ยินดีต้อนรับเข้าสู่่โฮมเพจครับ


 

ประวัติโดยทั่วไป

ผมเองครับ..

   ผมชื่อ นายคุณพงศ เสาะสมบูรณ์์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2518 ที่จังหวัดยโสธร อยู่ที่นั่นได้พักหนึ่ง และหลังจากนั้นก็รอนแรมเรื่อยมา ย้ายที่อยู่้ อยู่่เสมอมา เนื่องมาจากว่า ทางบ้านคุณพ่อของผมมีอาชีพรับราชการ ดังนั้นเมื่อถึงกำหนดการย้ายทีก็ต้องย้ายที และได้ย้ายมาที่จังหวัดนครปฐม และล่าสุดก็มีที่อยู่่ที่แน่นอนอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่คุณพ่อก็ต้องย้ายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเพิ่งเกษียนไปพร้อมๆ กับคุณแม่่ เมื่อปีที่แล้ว ก่อนผมมาทีญี่ปุ่นได้เพียงวันเดียว

   ตั้งแต่เด็กผมสนใจเรื่องของภาษาญี่่ปุ่นมาโดยตลอด และฝันใฝ่ว่าสักวัน คงได้้มีโอกาสที่ได้เรียนตามที่ใจต้องการ แต่่ทว่าการเรียนภาษาสำหรับผมแล้ว ที่เมืองไทยช่างแพงสำหรับครอบครัวผมเหลือเกิน และขณะที่เรียนผมไม่มีโอกาสที่ได้ไปเรียนอย่างที่่ครอบครัวอื่นๆ เค้าได้มีโอกาสกัน และทันทีที่ จบการศึกษา ได้เข้าทำงานทีบริษัท เอ.แอล.เค. พรีซิชั่นเวอร์ค จำกัด และได้สัมผัสกับ งานที่ผมคิดว่าผมชอบและถนัดที่สุด นั่นคือภาษาญี่ปุ่น และ คอมพิวเตอร์์

   หลังจากนั้นผมได้้ ตั้งความหวังว่าผมต้องเก็บเงิน เพื่อมาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ผมเริ่มอย่างหนัก และ 3 ปีผ่านไปเร็วเหมือนฝัน ผมตัดงานและทุกอย่างที่กำลังทำ และตั้้งใจที่จะมาที่นี่ตามที่ใจปรารถนา แต่ทว่าเงินบาทและเงินเยน ค่ามันต่างกันมากเป็นที่รู้กันดีสำหรับคนไทย ดังนั้น คงต้องทำทุกอย่างที่สามารถที่จะส่งตัวเองเรียนที่ สถาบันสอนภาษา ยามาซาได้ จากวิศวกรหนุ่มอนาคตสดใสที่เมืองไทย กลายเป็นเด็กล้างจาน ที่คนญี่ปุ่นไม่ทำกันในพริบตา ผมทำ ทำ และทำ เพื่อให้ได้้เงินค่า้เทอม มาเรียนต่อสำหรับ 6 เดือนที่เหลือและรู้ว่ามันเหนื่อยมาก และไม่ได้เรียนตามที่คิด และตั้งใจไว้ตอนแรก และผมได้คิด และใตร่่ตรอง ว่าหากว่าเรามีคอมพิวเตอร์คงจะมีโอกาสได้ดีกว่านี้ และหางานอื่นที่สามารถที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นและไม่กระทบต่อผลการเรียน

   ผมทำงานหนักอย่างมากที่่ร้านอาหารจีน และตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ราคาถูกเครื่องหนี่่ง และเป็นไปอย่างที่คิด โชคเข้าข้างผม ผมมีโอกาสที่ได้เข้ามาทำงานให้โรงเรียน สำหรับการเขียนโฮมเพจ และทำงานแปลภาษาอังกฤษ-ไทยเล็กน้อย และในขณะเดียวกัน ผมได้ตอบแทนสังคมไทยโดย ทำโฮมเพจแนะนำข้อมูลเกี่่ยวกับการใช้้ชีวิตของนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น และหลังจากกลับไปเมืองไทยแล้ว ผมคงเริ่มบริหารงานบริษัืืืืทของผมต่อ ซึ่งมีเป้าหมายตลาดหลักอยู่ที่ญี่ปุ่นครับ

ไปที่่พระจอมกล้าฯ

ประวัติการศึกษา

  • ประุถมศึกษา โรงรียน วัดไผ่ล้อม (พูลประชาอุปถัมภ์ ) จัังหวัดนครปฐม
  • มัธยมศึกษาตอนต้่น โรงเรียนวัดราชบพิธ
  • ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นต้น เตรียมวิศวกรรมเครื่องกล, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  • ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้่นสูง สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน (สร้างเครื่องกล), สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  • ปริญญาตรี สาขาวิชา โนโลยีเครื่องกล ออกแบบแม่พิมพ์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

ประวัติการทำงาน

  • บริษัทเอ.แอล.เค. พรีซิชั่นเวอร์ค จำกัด
  • หัวหน้าแผนกวางแผนการผลิต ฝ่ายวิศกรรม
    ผู้ตรวจติดตามระบบคุณภาพภายใน (Internal Auditor ISO9002)
    คณะผู้ดำเนินการจัดทำ ระบบคุณภาพ (ISO9002)
    ผู้ริเริ่มและดำเนินโครงการระบบการจัดการข้อมูล สารสนเทศและฐานข้อมูล
    ผู้ริเริ่มและจัดทำระบบติดตามงานภายในโรงงานด้วยบาร์โค้ด
    Visual Basic โปรแกรมเมอร์์

  • สถาบันสอนภาษายามาซา ญี่ปุ่น
    ตัวอย่างเรือจำลองที่ทำ
    บริษัท เค พี โบทโมเดล จำกัด

    งานนอกเวลาเรียน แปลโฮมเพจภาษาอังกฤษ-ไทย

  • บริษัท เค.พี.โบทโมเดล จำกัด

    กรรมการผู้จัดการ

โครงการสนใจและที่่กำลังจัดทำ

  • โครงการพิพิธภัณฑ์เรือจำลองนานาชาติ (สะสม สร้างแบบจำลองเรือจากทั่วโลก)
  • โครงการพิพิธภัณฑ์์เรือจำลองในขวดแก้ว แห่งประเทศไทย

 

กลับไปด้านบน


ทำไมผมเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น ?

เรือจำลองในขวดแก้ว

    น่าสนใจกับปัญหานี้้ สำหรับผมแล้ว คงเป็็นเรื่องของโลกธุระกิจและอุตสาหกรรม ญี่่ปุ่นถือว่าเป็็นตลาดที่่ใหญ่่ สำหรับการครองตลาดในอุตสาหกรรมและมีกำลังซื้้อที่สูง ด้วยเหตุดังกล่าวแล้วผมจึงอยากที่จะ มาเรียนภาษาญี่ปุ่นและเรื่องของวัฒนธรรมญี่ปุ่นครับ

   ผมเคยได้้มีประสบการณ์์เกี่่ยวกับการเข้่าไปทำงานใน โรงงาน และมีโอกาสเข้าไปเยื่่ยมชมโรงงาน และบริษัืืทอยู่่หลายแห่่งเหมือนกัน และจากประสบการณ์์ที่ผ่านมี มีบริษัืืทหลายแห่งที่่ ไม่เป็นบริษัทของญี่ปุ่นก็็ จะต้องมีคนญี่ปุ่นมาประจำอยู่ที่่โรงงาน หรือที่บริษัท คำถามของผมคือว่า ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น และตลอดระยะเวลา 3 ปีที่่ทำงานอยู่่ 80 เปอร์์เซนต์์ของเรื่่องแบบแปลน หรือเอกสารต่างๆ ล้้วนแล้วแต่่มาจากญี่่ปุ่นเกือบทั้้งสิ้น แม้้แต่่บริษัืืืทที่่ติดต่อด้วยเป็นของคนไทยเอง หรือต่างชาติิที่่่มาจากทางยุโรปก็็ตาม นั่นแสดงให้เห็นว่า ภาษาญีี่่ปุ่นเป็นภาษาที่่่มีีความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมสูง และยิ่งไปกว่านั้น สำหรับวิศวกร ช่างเทคนิค หรือผู้ประกอบวิชาชีำพเชิง วิศวกรรม ญี่่ปุ่นนับได้ว่าเป็นประเทศที่น่าเข้ามาศึกษาในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็็นทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี หรือว่ามาเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวก็็ตาม

   และครั้งหนึ่งงานของผมได้มีโอกาสเข้าไปรู้้จักกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนี่งด้วยหน้าที่่ ยิ่งได้รู้จักมากขึ้น ยิ่งทำให้อยากที่จะเรียนรู้ทางด้านภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งเดิมมีอยู่เป็นพื้่นอยู่แล้วให้เพิ่มมากชึ้นไปด้วย และได้ตัดสินใจว่าจะมาเรียนที่่ืญี่่ปุ่นให้ได้้ตามความตั้งใจ ซี่ง สิ่งที่่ตามมาจากการที่มาเรียนภาษาที่่่ญี่ปุ่น หรือได้้ทำงานร่วมกับชาวญี่่่ปุ่นเห็็นจะเป็น การได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนและมีทั้งที่่่่ึคล้ายคลืงกับที่เมืองไทยและแตกต่าง และมีสึ่งอื่นเมี่่ืองไทยมีและไม่มี มีทั้งข้อดีและข้อเสีย และผมคิดไม่ผิดสำหรับการเรียนภาษาญี่ปุ่น ถึงแม้้ว่าจะมีความรู้สึกว่าแำำพงอยู้บ้างแต่่ก็็คุ้มสำหรับการลงทุนในครั้้งนี้้ อย่างที่่สุด

สวนสาธารณะโอคาซาคิ

ทำไมผมเลือกเรียนที่ ยามาซา เมืองโอคาซากิ

   ที่ญี่ปุ่นผมคิดว่าที่ไหนๆก้อเหมือนกัน เพราะว่าญี่ปุ่นคือญี่ปุ่น ไม่ว่าเมืองเล็กหรือเมืองใหญ่่เหมือนกัน จะต่างกันก็แค่่เรื่องของเครื่องอำนวยความสะดวก ที่่เมืองเล็กอาจจะไม่มีเหมือนเมืองใหญ่่เท่านั้นเอง หากว่าเรื่องของการมาเรียนภาษาแล้วคงประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆไปได้เยอะ และเราสามารถที่ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับตรงนี้้ เพื่อไปใช้้ในส่วนอื่นได้้ และในขณะที่่ชั่วโมงเร่งด่วนที่่่เมืองโตเกียวจะต้องเบียดเสียดผู้คนมากมายเพื่อขึ้นรถไฟไปเรียน แต่ที่นี่่ไม่ต้อง และไม่ต้องเสียอะำำไรมากมีแค่จักรยานคันเดียว ก็สามารถที่จะไปไหนต่อไหนได้แล้ว และที่่เมืองโอคาซากิ ก็็ไม่ได้้เป็็นเมืืืองที่่่เล็กอะไรเลย ในความคิดของผมครับ

   ก่อนหน้านี้้ผมเลือกที่่จะเรียนภาษาที่่โตเกียวและได้้รับเอกสารใบสมัครเรียบร้อยแล้ว แต่่เมื่อมาคำนวนเรื่องค่าใ่ช้้จ่ายปรากฏว่า เกินงบค่าใช้จ่ายไปมาก และไม่ว่าเรื่องของค่าที่่พักอีกยังไม่ได้รวมเข้าไป และไม่มีรายละเอียดสำหรับเรื่องของการเป็นอยู่่ ว่ากินอยู่อย่างไร และทีพักมีอยู่อย่างไร และเรื่องของการเดินทางไปเรียน แต่่เมื่อมาพบ โฮมเพจของที่่ทางสถาบันจัดทำขึ้้น ก็็สามารถที่่ตัดสินใจได้ทันที สำหรับการมาเรียนที่นี่่ ทุกอย่างมีพร้อมอยู่่แล้ว สามารถที่จะมาแล้วเข้า้้้้เรียนได้เลย โดยไม่ต้องไปหาเรื่องทีพัก หรือติดต่อภายนอกให้ยาก และการเดินทางมาโรงเรียนก็็สามารถที่จะเดินไป หรือใช้้ จักรยานได้้ โดยไม่่ต้องเสียค่า้เิดินทาง และสุดท้าย ที่่สำึคัญสำหรับผม คือสามารถที่จะใช้้อินเตอร์เน็็ตได้้ึฟรีีตลอด 24 ชั่่วโมง สามารถเปิดโอกาสในการเรียนรู้้อะไรหลายอย่าง ไปนอกจากการเรียนภายในห้องเรียน และผมสามารถดำเนินธุรกิจของผมได้จากห้องของผมเองครับ

กลับไปด้านบน